BS 5867 FLAMMABILITY REQUIREMENTS

ประเมินความคงทนของสีและความคงตัวของขนาดผ้า

รายการวิธีทดสอบ
ความคงทนของสีต่อแสงใช้แสงจากหลอดซีนอนอาร์ก ตาม BS EN ISO 105-B02
ความคงทนของสีต่อการซักซักตาม BS EN ISO 105-C06 แล้วประเมินสีเปลี่ยนและสีตกติดผ้าอื่น
ความคงทนของสีต่อการซักแห้งทดสอบตาม BS EN ISO 105-D01 แล้วประเมินสีเปลี่ยนและสีตกติด
การเปลี่ยนขนาดหลังซักวัดความยาวและความกว้างก่อน–หลังการซักตาม BS EN ISO 6330
การเปลี่ยนขนาดหลังซักแห้งประเมินตาม BS EN ISO 3175-1
  • ความคงทนต่อแสง: อ่านระดับ Blue Wool โดยค่าสูงแสดงว่าทนแสงได้ดีกว่า
  • สีเปลี่ยนและสีตกติด: อ่านระดับ Grey Scale โดยระดับ 5 ดีที่สุด และระดับ 1 เปลี่ยนมากที่สุด
  • การเปลี่ยนขนาด: รายงานเป็นเปอร์เซ็นต์ แยกแนวยาวและแนวกว้าง โดยทั่วไปค่าลบหมายถึงหด และค่าบวกหมายถึงยืด
รายการเกณฑ์ยอมรับ
สีต่อแสงอย่างน้อยระดับ 5–6
สีเปลี่ยนหลังซักระดับ 4 หรือดีกว่า
สีตกติดหลังซักระดับ 3–4 หรือดีกว่า
สีเปลี่ยนหลังซักแห้งระดับ 4 หรือดีกว่า
สีตกติดหลังซักแห้งระดับ 3–4 หรือดีกว่า
การเปลี่ยนขนาดหลังซักหรือซักแห้งค่าเฉลี่ยการเปลี่ยนขนาดแต่ละแนว ไม่เกิน 3%

Type A, B และ C เป็น ชุดเกณฑ์สมรรถนะ ไม่ใช่คะแนน โดย Type A เข้มงวดน้อยที่สุด และ Type C เข้มงวดมากที่สุด

แขวนชิ้นผ้าในแนวตั้ง แล้วจ่อเปลวไฟที่ ผิวหน้าผ้า ตามเวลาที่กำหนด หากเป็นผ้าม่านพร้อมซับใน ต้องทดสอบชุดประกอบตามสภาพใช้งานจริง รวมถึงด้านหน้าและด้านหลังของชุดผ้า

Typeวิธีทดสอบเวลาจ่อไฟชิ้นทดสอบหลัก
ABS EN ISO 6941:2003, Procedure A10 วินาที6 ชิ้น: 3 ชิ้นตัดตามแนวยาวของม้วนผ้า ก 3 ชิ้นตัดตามแนวขวางของม้วนผ้า
BBS EN ISO 15025:2002, Procedure A15 วินาที6 ชิ้น: 3 ชิ้นตัดตามแนวยาวของม้วนผ้า ก 3 ชิ้นตัดตามแนวขวางของม้วนผ้า
CBS EN ISO 15025:2002, Procedure A5, 15, 20 และ 30 วินาที ใช้คนละชุด4 ชิ้นต่อเวลา ทดสอบทั้งก่อนและหลังซัก 50 รอบ

Type A และ B ต้องระบุการเตรียมผ้าก่อนทดสอบตามวิธีทำความสะอาดและเงื่อนไขของมาตรฐาน ส่วน Type C ต้องทดสอบ ก่อนและหลังซักมาตรฐาน 50 รอบตาม BS EN ISO 10528

คำในรายงานความหมาย
Flame spreadการลามของเปลวไฟบนชิ้นผ้า
Hole formationรูที่เกิดจากการเผาไหม้หรือหลอม
Marker thread severedด้ายกำหนดตำแหน่งถูกเผาจนขาด ใช้ประเมิน Type A
Flaming debris / dropletsเศษหรือหยดวัสดุที่หลุดจากผ้าขณะยังติดไฟ
Afterflame timeเวลาที่ผ้ายังมีเปลวไฟหลังนำหัวเผาออก
Afterglow timeเวลาที่ผ้ายังคุแดงหลังเปลวไฟดับ หรือหลังนำหัวเผาออกหากไม่มีเปลวไฟ

อย่างน้อย 4 ชิ้น ต้องผ่านทั้ง 3 ข้อ:

  • Flame spread — การลามของเปลวไฟ: ขอบล่างของเปลวไฟต้องไม่ถึงขอบซ้ายหรือขวาของผ้า
  • Hole formation — การเกิดรูไหม้: รูไหม้ต้องไม่ถึงขอบซ้ายหรือขวาของผ้า
  • Marker thread severed — ด้ายกำหนดตำแหน่งขาด: ด้ายเส้นแรกที่ขึงไว้ตรวจการลามไฟต้องไม่ขาด
  • Flame spread — การลามของเปลวไฟ: ขอบล่างของเปลวไฟต้องไม่ถึงขอบบน ขอบซ้าย หรือขอบขวาของผ้า
  • Hole formation — การเกิดรูไหม้: รูไหม้ต้องไม่ถึงขอบบน ขอบซ้าย หรือขอบขวาของผ้า
  • Flaming debris / droplets — เศษหรือหยดที่ยังติดไฟ: ต้องไม่มีหลุดออกจากผ้า

ต้องผ่านเกณฑ์ต่อไปนี้ครบทุกช่วงเวลาจ่อไฟ 5, 15, 20 และ 30 วินาที:

  • Flame spread — การลามของเปลวไฟ: ขอบล่างของเปลวไฟต้องไม่ถึงขอบบน ขอบซ้าย หรือขอบขวาของผ้า
  • Hole formation — การเกิดรูไหม้: รูไหม้ต้องไม่ถึงขอบบน ขอบซ้าย หรือขอบขวาของผ้า
  • Flaming debris / droplets — เศษหรือหยดที่ยังติดไฟ: ต้องไม่มีหลุดออกจากผ้า
  • Afterflame time — เวลาที่ผ้ายังมีเปลวไฟหลังนำหัวเผาออก: ค่าเฉลี่ยต้องไม่เกิน 2.5 วินาที
  • Afterglow time — เวลาที่ผ้ายังคุแดงหลังเปลวไฟดับ: ค่าเฉลี่ยต้องไม่เกิน 2.5 วินาที

ในการอ่านใบรายงาน ควรพบข้อความที่ระบุครบ เช่น “BS 5867-2:2008, Type B – PASS” พร้อมเงื่อนไขก่อนทดสอบ การเขียนเพียง “ผ่าน BS 5867” ยังไม่ระบุว่าได้ทดสอบ Part และ Type ใด และการผ่าน Part 2 ไม่ได้ยืนยันว่าผ่านคุณสมบัติทั่วไปใน Part 1 ด้วย

BS 5867 มีไว้กำหนดว่า “ผ้าม่านที่ผ่านมาตรฐานต้องมีคุณสมบัติอย่างไร” ทั้งความคงทนของสี การหดหรือยืด และพฤติกรรมเมื่อสัมผัสเปลวไฟ ส่วนที่อ้างอิงมาตรฐานอื่นหลายฉบับ เพราะมีวิธีทดสอบแต่ละคุณสมบัติที่ใช้ร่วมกันได้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสร้างวิธีใหม่ซ้ำซ้อน โดย BS 5867 นำวิธีเหล่านั้นมาเลือกใช้ พร้อมกำหนดเงื่อนไขและเกณฑ์ผ่านให้เหมาะกับผ้าม่าน ทำให้ผู้ผลิต ห้องทดสอบ และผู้ซื้อใช้ข้อกำหนดเดียวกันในการตัดสินคุณภาพ


ชื่อเต็มของมาตรฐานต่างๆที่ปรากฎในบทความนี้


BS EN ISO 105-B02 Textiles — Tests for colour fastness — Part B02: Colour fastness to artificial light: Xenon arc fading lamp test : สิ่งทอ — การทดสอบความคงทนของสี — ส่วน B02: ความคงทนของสีต่อแสงประดิษฐ์ โดยใช้หลอดซีนอนอาร์ก

BS EN ISO 105-C06: Textiles — Tests for colour fastness — Part C06: Colour fastness to domestic and commercial laundering : สิ่งทอ — การทดสอบความคงทนของสี — ส่วน C06: ความคงทนของสีต่อการซักในครัวเรือนและการซักเชิงพาณิชย์

BS EN ISO 105-D01: Textiles — Tests for colour fastness — Part D01: Colour fastness to drycleaning using perchloroethylene solvent : สิ่งทอ — การทดสอบความคงทนของสี — ส่วน D01: ความคงทนของสีต่อการซักแห้งโดยใช้ตัวทำละลายเปอร์คลอโรเอทิลีน

BS EN ISO 6330: Textiles — Domestic washing and drying procedures for textile testing : สิ่งทอ — ขั้นตอนการซักและทำให้แห้งแบบครัวเรือนสำหรับการทดสอบสิ่งทอ

BS EN ISO 3175-1: Textiles — Professional care, drycleaning and wetcleaning of fabrics and garments — Part 1: Assessment of performance after cleaning and finishing : สิ่งทอ — การดูแลรักษา การซักแห้ง และการซักเปียกโดยผู้ประกอบวิชาชีพ สำหรับผ้าและเสื้อผ้า — ส่วนที่ 1: การประเมินสมรรถนะหลังการทำความสะอาดและตกแต่งสำเร็จ

BS EN ISO 6941:2003 – Textile fabrics – Burning behaviour – Measurement of flame spread properties of vertically oriented specimens ผ้าสิ่งทอ – พฤติกรรมการเผาไหม้ – การวัดสมบัติการลามไฟของชิ้นทดสอบที่วางในแนวตั้ง
Procedure A: Surface ignition จ่อไฟที่ ผิวหน้าผ้า
Procedure B: Bottom edge ignition จ่อไฟที่ ขอบล่างของผ้า

BS EN ISO 15025:2002 – Protective clothing – Protection against heat and flame – Method of test for limited flame spread เสื้อผ้าป้องกัน – การป้องกันความร้อนและเปลวไฟ – วิธีทดสอบการลามไฟแบบจำกัด
Procedure A: Surface ignition จ่อไฟที่ ผิวหน้าผ้า
Procedure B: Bottom edge ignition จ่อไฟที่ ขอบล่างของผ้า