Standards Testing มาตรฐานการทดสอบสิ่งทอ

มาตรฐานการทดสอบสิ่งทอ

คุณภาพของผลิตภัณฑ์ของเราเป็นสิ่งสำคัญ การทดสอบมาตรฐานเป็นการรับรองเพื่อแสดงคุณสมบัติด้านต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ให้ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเป็นที่ไว้วางใจ และสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือในระดับสากล มีหลากหลายมาตรฐาน เช่น 

มาตรฐานสากล

  • AATCC: American Association of Textile Chemists and Colourists
  • ASTM: American Society for Testing and Materials
  • BS: British Standards
  • CA TB: California Technical Bulletin
  • DIN: German Institute for Standardisation
  • GB: Guobiao Standards/The China National Standards
  • ISO: International Organization for Standardization
  • JIS: Japanese Industrial Standard
  • NFPA: National Fire Protection Association
  • UNE: The Spanish Association for Standardisation
  • UNI: Italian National Unification

สำหรับในประเทศไทย ก็มีสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ หรือ THTI ซึ่งให้บริการการทดสอบสิ่งทอในหลายอย่างเช่น ความคงทนของสี, การทดสอบการติดไฟ, ความสะท้อนน้ำ เป็นต้น

สำหรับเราบริษัท นิทัส เทสซิเล จำกัด บริษัทชั้นนำของประเทศที่นำเข้าผ้าเพื่อการตกแต่งที่อยู่อาศัย เพื่อการจัดจำหน่ายในประเทศ ใส่ใจในการเลือกหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานต่างๆ ในเบื่องต้นเรามาทำความรู้จักกับมาตรฐานต่างๆ ที่เราใช้อ้างอิง และปรากฎอยู่ในตัวอย่างผ้าของบริษัทกันดีกว่า

1. การทดสอบมาตรฐานการขัดถู Abrasion Resistant

ในการเลือกผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานนั้น ความทนทานต่อแรงขัดถูของผ้านั้นมีความสำคัญมากเนื่องจากในผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ต้องมีความทนทานต่อการใช้งานสูงมากกว่าผ้าปกติทั่วไป ซึ่งจะมีมาตรฐานสากลที่นิยมใช้กันคือ Martindale method (ASTM D4966-98) โดย จะมีการวัดจำนวนรอบของการทดสอบการขัดถู Martindale rub tesT เป็นจำนวนตัวเลขที่ผ่านการทดสอบ ซึ่งในแต่ละครั้งจะทดสอบ ครั้งละ 500 รอบ ขัดถูชิ้นผ้าที่ทดสอบ กับผ้ามาตรฐานไปเรื่อยๆ จนกว่า จะพบเส้นด้ายขาด 2 เส้น ก็จะนับตัวเลขที่ได้ ในการทดสอบก่อนหน้านั้น เช่น ขัดถูผ่านมาแล้ว 10,000 รอบ ทดสอบรอบต่อไปอีก 500 รอบ แล้วปรากฎว่า เมื่อเปิดเครื่องดู ผลปรากฎว่าเส้นด้ายขาด 2 เส้น ก็จะนับผลการทดสอบที่ได้คือ 10,000 รอบ

สำหรับผ้าที่เป็นผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ทุกตัว ของเรา สามารถสังเกตุเครื่องหมายแนะนำการใช้ตามระดับการใช้งานที่เหมาะสม

  • Private use <14,999 รอบ แนะนำใช้ในพื้นที่ส่วนตัว เช่น บ้านพักอาศัย เป็นต้น
  • Shared use 15,000-29,999 รอบ แนะนำใช้ในพื้นที่ใช้ร่วมกัน เช่น สำนักงาน, โรงแรมในส่วนห้องพัก เป็นต้น
  • public use >29,999 รอบ แนะนำใช้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น โรงแรมในส่วนตอนรับ สถานีขนส่ง เป็นต้น

ผ่านมาตรฐานการทดสอบการขัดถู

GB/T 19090 : 30033 TRAVEL, 30034 ERRANT, 30029 VOYAGE

2. Flame Retardant Fabrics ผ้ากันไฟลาม

ผ้ากันไฟลาม มาจากคำว่า Flame Retardant หลายๆคนชอบพูดว่าผ้ากันไฟ แต่จริงแล้ว คุณสมบัตินี้คือการที่ เมื่อผ้าเกิดการติดไฟแล้วจะสามารถดับได้เองโดยไม่ลุกลามต่อไปนั่นเอง ซึ่งมาตรฐานนี้มีหลายระดับด้วยกัน ผ้ากันไฟลามนี้เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงแรม, โรงภาพยนต์ หรือที่สาธารณะ อาคารสูง หรือคอนโดมิเนียม เป็นต้น และนอกจากมาตรฐานข้างต้น ยังมีมาตรฐานเฉพาะ เช่น NFPA 701 (National Fire Protection Association) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเทสการกันไฟเฉพาะ ของสหรัฐอเมริกา

ผ่านมาตรฐานการเผาไหม้ระดับบุหรี่
  • BS EN 1021-1 : 10364 GROOVE, 10553 MISSY
  • BS 5852-1 source 0 : 30015 NEW ERA, 30025 TERMS
  • CA TB  117 : 10569 LAMONT, 10768 BRIGHT, 30011 NEO CLASSIC, 40008 LHASA
  • NFPA 260 CLASS I : 30035 CRUISES
ผ่านมาตรฐานกันไฟลาม
  • BS 5651-1 source 1 : 30023 EMPIRE, 30024 PERIOD, 30029 VOYAGE, 30033 TRAVEL, 30034 ERRANT

3. Water-Repellent Fabrics ผ้าสะท้อนน้ำ

“ผ้ากันน้ำ” เป็นผ้าที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ ซึ่งผ่านการตกแต่งพิเศษ หรือเคลือบสารบางชนิด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมลงเนื้อผ้าได้  โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

  1. Water-Repellent สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ในรูปแบบง่ายๆ คือ เมื่อมีน้ำสัมผัสกับผ้า น้ำจะไม่สามารถซึมผ่านผ้านั้นได้ระยะเวลาหนึ่ง  เหมือนน้ำที่กลิ้งบนใบบัว แต่หากปล่อยทิ้งไว้ไม่ทำความสะอาดสักพัก น้ำนั้นจะซึมลงบนตัวผ้า ทำให้ผ้าชื้นและเปียก นิยมนำมาใช้กับผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ เพราะเป็นการตกแต่งพิเศษที่เพิ่มคุณสมบัติให้กับเนื้อผ้า โดยไม่ทำให้ผิวสัมผัสของเนื้อผ้าแตกต่างจากเดิมมาก
  2. Water-Proof ต่างจาก Water-Repellent คือเมื่อน้ำมาสัมผัสกับผ้าจะไม่ใช่เพียงแค่น้ำเกาะตัวได้สักพักแล้วซึมลงบนตัวผ้า แต่น้ำจะไม่สามารถเข้าไปในเนื้อผ้าได้ 100% ไม่ว่าจะผ่านไประยะเวลานานเท่าไร โดยส่วนใหญ่จะไม่นิยมกับผ้าบุเฟอร์นิเจอร์เพราะการตกแต่งกันน้ำประเภทนี้จะส่งผลทำให้ผิวสัมผัสของเนื้อผ้าเปลี่ยนไปจากเดิมมาก จะทำให้ผ้าแข็งและหยาบ

คุณสามารถทราบถึงคุณสมบัติดังกล่าวของผ้า NITAS TESSILE ได้ง่ายๆ จากการรายการดังนี้

30008 HOMERUN, 30010 SMART, 30012 MONARCH, 30013 ROMAN, 30014 ABSTRACT, 30015 NEW ERA, 30016 OLYMPIA, 30018 GREEK, 30022 CENTURY, 30023 EMPIRE, 30024 PERIOD, 30026 GOTHIC, 30027 ROMANTIC, 30031 COLISEUM, 30032 TROY