ISO 20645

ISO 20645 Textile fabrics — Determination of antibacterial activity — Agar diffusion plate test มาตรฐานผลิตภัณฑ์สิ่งทอ – การหาประสิทธิภาพการต้านเชื้อแบคทีเรีย – วิธีทดสอบการแพร่กระจายบนแผ่นวุ้น (Agar diffusion plate test)

วิธีการทดสอบ (Methodology)

ISO 20645 เป็นการทดสอบเชิงคุณภาพ (Qualitative Test) ที่ใช้วิธี Agar diffusion plate test หรือการดูระยะการยับยั้งเชื้อบนแผ่นวุ้นอาหารเลี้ยงเชื้อ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผ้าที่ผ่านการเคลือบสารต้านแบคทีเรียชนิดที่สามารถแพร่กระจายออกมาจากตัวเนื้อผ้าได้ โดยมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:

  1. การเตรียมเชื้อแบคทีเรีย: ห้องปฏิบัติการจะเตรียมสายพันธุ์แบคทีเรียมาตรฐานที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น Staphylococcus aureus (แบคทีเรียแกรมบวกที่มักพบบนผิวหนัง) และ Klebsiella pneumoniae หรือ Escherichia coli (แบคทีเรียแกรมลบ) นำมาผสมลงในวุ้นอาหารเลี้ยงเชื้อ (Agar)
  2. การวางชิ้นงาน: นำผ้าตัวอย่างที่ผ่านการเคลือบสารต้านแบคทีเรีย เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.5 เซนติเมตร ไปวางแนบสนิทลงบนแผ่นวุ้นที่เพาะเชื้อไว้
  3. การบ่มเชื้อ (Incubation): นำจานเพาะเชื้อไปเข้าตู้บ่มที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อจำลองอุณหภูมิร่างกายมนุษย์ที่เชื้อเจริญเติบโตได้ดีที่สุด
  4. การสังเกตผล: เมื่อครบกำหนดเวลา จะนำแผ่นวุ้นออกมาตรวจดูบริเวณรอบๆ ชิ้นผ้า และบริเวณใต้ชิ้นผ้า ว่ามีการเจริญเติบโตของโคโลนีแบคทีเรียหรือไม่

การอ่านผลและเกณฑ์การประเมิน (Result Interpretation)

หัวใจสำคัญของการอ่านผล ISO 20645 คือการมองหา Clear Zone หรือ Inhibition Zone (โซนยับยั้ง) ซึ่งจะปรากฏเป็นวงแหวนใสๆ รอบชิ้นผ้า (บริเวณที่สารต้านแบคทีเรียแพร่ออกมาและฆ่าเชื้อจนวุ้นใส) และต้องตรวจสอบการเติบโตของเชื้อใต้ผืนผ้าด้วย

เกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพจะแบ่งออกเป็นระดับ ดังนี้:

  • ระดับดี (Good antibacterial activity): เกิดวงแหวนยับยั้ง (Clear Zone) รอบชิ้นผ้าขนาดมากกว่า 1 มิลลิเมตรขึ้นไป และ ไม่มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียใต้ชิ้นผ้าเลย
  • ระดับพอใช้ / ขอบเขตจำกัด (Limit of efficacy): ไม่มีวงแหวนยับยั้ง (Clear Zone = 0 มิลลิเมตร) แต่ ไม่มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียใต้ชิ้นผ้า (แปลว่าเชื้อไม่สามารถโตบนตัวผ้าได้ แม้สารจะไม่แพร่ออกมาฆ่าเชื้อรอบๆ)
  • ระดับไม่ผ่าน (Insufficient activity): ไม่มีวงแหวนยับยั้ง และ พบการเจริญเติบโตของโคโลนีแบคทีเรียใต้ชิ้นผ้าอย่างชัดเจน (แปลว่าผ้าไม่สามารถต้านทานแบคทีเรียได้)

ข้อสังเกตสำหรับการสเปกงาน: การมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่ผ่านเกณฑ์ ISO 20645 จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับคอลเล็กชันผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อนำไปเสนอในโปรเจกต์ที่ต้องการสุขอนามัยขั้นสูง เช่น โรงพยาบาล คลินิก คาเฟ่ หรือแม้แต่ที่พักอาศัยสไตล์ Japandi หรือ Modern ที่เน้นความสะอาดและความเรียบง่ายแบบมีฟังก์ชัน