ในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเคหะสิ่งทอ นอกเหนือจากปัญหาเรื่องสีซีดเมื่อโดนแดดแล้ว ปัญหาเรื่อง “สีตกใส่เสื้อผ้าอื่น ผิวหนัง หรือติดเบาะรองนั่ง” เมื่อเกิดการเสียดสีก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่แพ้กัน มาตรฐาน ISO 105-X12 จึงถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อใช้ทดสอบในส่วนนี้โดยเฉพาะครับ
BS EN ISO 105-X12: Textiles — Tests for colour fastness — Part X12: Colour fastness to rubbing
การทดสอบความคงทนของสีของสิ่งทอ ส่วน X12: ความคงทนของสีต่อการขัดถู หรือการเสียดสี
มาตรฐานนี้ออกแบบมาเพื่อจำลองและประเมินว่า เมื่อสิ่งทอเกิดการเสียดสีกับพื้นผิวอื่น ๆ เช่น การนั่งถูบนโซฟา การที่ผ้าม่านเสียดสีกับขอบหน้าต่าง หรือเสื้อผ้าเสียดสีกับผิวหนัง สีจากตัวผ้าจะหลุดลอกไปติดพื้นผิวเหล่านั้นมากน้อยเพียงใด
วิธีการทดสอบ (Test Method)
กระบวนการทดสอบในห้องปฏิบัติการ (โดยใช้เครื่อง Crockmeter) จะดำเนินตามขั้นตอนหลัก ดังนี้:
- การเตรียมตัวอย่างผ้า: นำตัวอย่างผ้าที่ต้องการทดสอบมาวางยึดไว้บนเครื่องทดสอบ
- การเตรียมผ้าทดสอบการเปื้อน: ใช้ ผ้าฝ้ายขาวมาตรฐาน (Standard Cotton Rubbing Cloth) สีขาวบริสุทธิ์ มาหุ้มไว้ที่หัวกระทุ้งของเครื่องทดสอบ
- การแบ่งสภาวะการทดสอบ (ทำ 2 แบบ):
- สภาวะแห้ง (Dry Rubbing): ใช้ผ้าขาวแห้งขัดถูไปบนตัวอย่างผ้า
- สภาวะเปียก (Wet Rubbing): นำผ้าขาวไปชุบน้ำกลั่นตามปริมาณเปอร์เซ็นต์ที่มาตรฐานกำหนด (มักจะควบคุมความชื้นให้อยู่ที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นราว 95-100%) แล้วนำมาขัดถู
- การขัดถู: เครื่องจะทำการกดหัวทดสอบน้ำหนักตามกำหนด และถูไป-มา (Straight line) บนผืนผ้าในจำนวนรอบที่แน่นอน (โดยทั่วไปคือ 10 รอบ ถูไปกลับในแนวเดียวกัน)
- การนำไปประเมินผล: นำผ้าฝ้ายขาวที่ใช้ถู (ซึ่งอาจจะมีคราบสีติดมา) ออกมาผึ่งให้แห้ง เพื่อเตรียมนำไปเทียบวัดระดับความเปื้อนต่อไป
การอ่านผลการทดสอบ (Evaluation & Grading)
การอ่านผลหรือการประเมินคะแนนความคงทนของสีต่อการขัดถู จะไม่ใช้ Grey Scale ฝั่งเปลี่ยนสี (A02) แต่จะใช้ Grey Scale สำหรับประเมินการเปื้อนสี (ISO 105-A03: Staining) ในการเทียบระดับ โดยมีเกณฑ์ดังนี้:
ระบบคะแนน (Scale 1 ถึง 5)
- เกรด 5: ไม่มีรอยเปื้อนสีติดบนผ้าขาวเลย (ยอดเยี่ยม สีไม่ตกจากการเสียดสีเลย)
- เกรด 4 – 4.5: มีคราบสีติดเล็กน้อย (ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากสำหรับผ้าทั่วไป)
- เกรด 3: มีคราบสีติดปานกลาง
- เกรด 1 – 2: มีคราบสีติดรุนแรงมาก (สีหลุดลอกง่ายเมื่อเกิดการเสียดสี ไม่ผ่านมาตรฐานเชิงพาณิชย์)
การรายงานผล: ในใบรายงานผลการทดสอบ (Test Report) จะต้องระบุแยกชัดเจนเสมอว่าเป็นผลจากการทดสอบใน สภาวะแห้ง (Dry) หรือ สภาวะเปียก (Wet) เช่น Dry: Grade 4-5 / Wet: Grade 3 (โดยปกติสภาวะเปียกสีจะมีโอกาสหลุดลอกและได้คะแนนต่ำกว่าสภาวะแห้งเสมอ)




