ISO 4920 Determination of resistance to surface wetting (Spray test)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า รหัสมาตรฐาน ISO 4920 และในฝั่งยุโรป EN 24920 ทั้ง 2 มาตรฐานนี้ เหมือนกันทุกประการ สามารถใช้อ้างอิงแทนกันได้เลย

เหตุผลที่ชื่อรหัสต่างกันเป็นเพียงเรื่องของการนำมาตรฐานไปประกาศใช้ตามภูมิภาคเท่านั้น

  • ISO 4920: เป็นรหัสมาตรฐานกลางระดับสากล (International Organization for Standardization)
  • EN 24920: เป็นการนำมาตรฐาน ISO 4920 ไปรับรองและประกาศใช้ในกลุ่มประเทศยุโรป (European Norm) ซึ่งในระบบการตั้งชื่อแบบเก่าของยุโรป มักจะนำเลขรหัส ISO มาบวกเพิ่มด้วย 20000 จึงกลายมาเป็นรหัส 24920

ดังนั้น ไม่ว่า Test Report จะระบุชื่อเป็น ISO 4920, EN 24920 หรือ EN ISO 4920 ก็คือการทดสอบ Spray Test ด้วยเครื่องมือ วิธีการ และเกณฑ์การประเมินผลระดับ 0-5 ที่เหมือนกัน 100%

ISO 4920: Textiles — Determination of resistance to surface wetting (Spray test)
ISO 4920: สิ่งทอ — การหาความต้านทานการเปียกน้ำที่พื้นผิว (วิธีทดสอบแบบฉีดพ่น หรือ Spray test)

  • เตรียมและปรับสภาพตัวอย่าง: ตัดตัวอย่างผ้าขนาด 180 x 180 มม. นำไปปรับสภาพในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิ (20-21°C) และความชื้นสัมพัทธ์ (65%) อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนทดสอบ
  • ขึงผ้าบนหน้าสัมผัส: นำตัวอย่างผ้าไปขึงให้ตึงและเรียบสนิท (ไม่มีรอยยับ) บนห่วงทดสอบวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 150 มิลลิเมตร
  • ตั้งองศาการทดสอบ: วางห่วงที่ขึงผ้าแล้วลงบนแท่นของเครื่องทดสอบให้เอียงทำมุม 45 องศา โดยจุดกึ่งกลางของผ้าจะต้องอยู่ตรงกับหัวฉีดสเปรย์พอดี (ระยะห่างจากหัวฉีดสเปรย์ถึงผิวผ้าคือ 150 มิลลิเมตร)
  • ฉีดพ่นน้ำ: เทน้ำกลั่นปริมาตร 250 มิลลิลิตร ลงในกรวย ปล่อยให้น้ำฉีดพ่นเป็นฝอยสเปรย์ลงบนผิวผ้า โดยจะใช้เวลาฉีดพ่นจนน้ำหมดประมาณ 25-30 วินาที
  • สลัดหยดน้ำตกค้าง: เมื่อน้ำพ่นหมด ให้ปลดห่วงผ้าออกมา จับที่ขอบห่วงด้านล่างแล้วเคาะขอบด้านตรงข้ามกับวัตถุแข็งเบาๆ 1 ครั้ง จากนั้นหมุนห่วง 180 องศา แล้วเคาะอีก 1 ครั้ง เพื่อสลัดหยดน้ำส่วนเกินออกให้หมดก่อนนำไปอ่านผล

การประเมินจะต้องทำ “ทันที” หลังจากการฉีดพ่นและเคาะน้ำออกเสร็จสิ้น โดยใช้สายตาสังเกตลักษณะการเกาะของหยดน้ำหรือรอยซึมเปียกบนผิวหน้าของผ้า จากนั้นนำไปเทียบกับ แผนภาพมาตรฐาน (Photographic Rating Chart) เพื่อหาค่าที่ตรงหรือใกล้เคียงที่สุด

ระบบการให้คะแนนตามมาตรฐาน ISO จะแบ่งเป็นระดับ 0 ถึง 5 (ซึ่งมักจะถูกนำไปเทียบเคียงกับคะแนนฝั่ง AATCC 22 ที่มีช่วงคะแนน 0-100) ดังนี้:

คะแนน ISOคะแนนเทียบ (AATCC)ลักษณะการเปียกน้ำบนผิวผ้าที่สังเกตได้
ISO 5100ไม่มีการเปียกน้ำหรือน้ำเกาะที่พื้นผิวเลย (แห้งสนิท น้ำกลิ้งออกหมด)
ISO 490มีหยดน้ำเกาะติดเล็กน้อยแบบสุ่ม หรือเปียกเพียงเล็กน้อยมาก
ISO 380ผิวผ้าเริ่มเปียกน้ำเฉพาะตรงจุดที่โดนหยดน้ำพ่นใส่
ISO 270ผิวผ้าเปียกน้ำบางส่วน (รอยเปียกเริ่มขยายวงกว้างออกไปจากจุดที่พ่น)
ISO 150ผิวผ้าเปียกน้ำเกือบทั่วบริเวณที่โดนน้ำพ่นใส่
ISO 00ผิวผ้าเปียกน้ำอย่างสมบูรณ์แบบทั้งหมด (น้ำซึมจมลงไปในเนื้อผ้าเต็มพื้นที่)

แปลว่า ISO 4920 ใช้เกรณฑ์คะแนน ใบเดียวกับ AATCC 22 แปลว่าทุกอย่างเหมือนกันหมดเลย?

ในแง่ของหลักการทำงานและขั้นตอนปฏิบัตินั้น “ใกล้เคียงกันมากจนถือว่าเป็นวิธีทดสอบที่เทียบเท่ากัน (Equivalent)” แต่จะไม่เหมือนกันทุกประการแบบ 100% ในเชิงรายละเอียดของสภาวะแวดล้อม

ในทางปฏิบัติ การทดสอบทั้ง 2 มาตรฐานใช้เครื่องมือชุดเดียวกันและมีขั้นตอนการฉีดพ่นเหมือนกัน แต่มีจุดแตกต่างเล็กน้อยที่ต้องระวังเวลาส่งแล็บทดสอบอย่างเป็นทางการ ดังนี้

จุดที่เหมือนกัน (อุปกรณ์และวิธีการ)

  • การติดตั้ง: ขึงผ้าบนห่วง เอียงทำมุม 45 องศา และให้หัวฉีดอยู่ห่างจากผิวผ้า 150 มิลลิเมตร
  • ปริมาณน้ำ: ใช้น้ำกลั่น 250 มิลลิลิตร
  • เวลาฉีดพ่น: ใช้เวลาประมาณ 25-30 วินาที
  • การสลัดน้ำ: เคาะขอบห่วง 1 ครั้ง หมุน 180 องศา แล้วเคาะอีก 1 ครั้งเหมือนกัน

จุดที่ต่างกัน (รายละเอียดทางเทคนิค)

  • 1. ระบบการให้คะแนน (Rating Scale)
    • AATCC 22: รายงานผลเป็นตัวเลขหลักสิบ (100, 90, 80, 70, 50, 0)
    • ISO 4920: รายงานผลเป็นระดับคะแนน (5, 4, 3, 2, 1, 0)
  • 2. อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ทดสอบ (Water Temperature)
    • AATCC 22: กำหนดให้อุณหภูมิของน้ำกลั่นอยู่ที่ 27 ± 1 °C (ตามมาตรฐานสภาพแวดล้อมฝั่งอเมริกา)
    • ISO 4920: โดยทั่วไปจะกำหนดอุณหภูมิของน้ำกลั่นไว้ที่ 20 ± 2 °C (หรือ 27 ± 2 °C หากเป็นสภาวะบรรยากาศสำหรับเขตร้อน ตามมาตรฐานการปรับสภาพของ ISO)

สรุปคือ: หากเป็นการทดสอบดูกันเองภายในโรงงาน ทั้ง 2 มาตรฐานแทบจะคือเรื่องเดียวกันครับ แต่หากต้องส่งผลเทสเพื่อทำเอกสาร Certificate หรือสเปกชีตส่งลูกค้า จะต้องอ้างอิงอุณหภูมิน้ำและระบบการให้คะแนนให้ตรงกับมาตรฐานที่ระบุไว้