BS EN ISO 105 ชุดมาตรฐานสำหรับทดสอบความคงทนของสี (Colour Fastness) จะถูกแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ (A ถึง X) ตามประเภทและสภาพแวดล้อมในการทดสอบ โดยพาร์ทหลักๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “Colour Fastness to…” ที่นิยมใช้กันในอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีดังนี้:
1. หมวด A: หลักการทั่วไปและเกณฑ์การประเมิน
General Principles & Scales
แม้จะไม่ใช่ตัวทดสอบการกระทำโดยตรง แต่เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้ร่วมกับการทดสอบทุกหมวด:
- BS EN ISO 105-A02: Grey Scale for assessing change in colour
เกณฑ์เทียบสีสำหรับประเมินความเปลี่ยนแปลงของสีผ้า) - BS EN ISO 105-A03: Grey Scale for assessing staining
เกณฑ์เทียบสีสำหรับประเมินการเปื้อนสีบนผ้าประกบ)
2. หมวด B: ความคงทนต่อแสงและสภาพอากาศ
Light and Weather
- BS EN ISO 105-B01: Colour fastness to daylight
ทดสอบความคงทนของสีต่อแสงแดดธรรมชาติ โดยนำผ้าไปตากรับแสงแดดกลางแจ้งตามมาตรฐาน เพื่อดูอัตราการซีดจาง - BS EN ISO 105-B02: Colour fastness to artificial light: Xenon arc fading lamp test
ทดสอบความคงทนของสีต่อแสงเทียมด้วยโคมไฟซีนอนอาร์ค ซึ่งสำคัญมากสำหรับกลุ่มผ้าม่านและผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องโดนแดดเลีย - BS EN ISO 105-B03: Colour fastness to outdoor weathering
ทดสอบความคงทนของสีต่อสภาพอากาศกลางแจ้ง โดยติดตั้งตัวอย่างผ้าตากไว้กลางแจ้งจริงเพื่อประเมินผลกระทบจากแสงแดด ความชื้น และสิ่งแวดล้อมภายนอก - BS EN ISO 105-B04: Colour fastness to artificial weathering: Xenon arc fading lamp
ทดสอบความคงทนของสีต่อสภาพภูมิอากาศเทียม: การทดสอบด้วยโคมไฟซีนอนอาร์กเพื่อดูการซีดจาง - BS EN ISO 105-B05: Detection and assessment of photochromism (ทดสอบการเปลี่ยนสีชั่วคราวเมื่อโดนแสงและสามารถกลับคืนสภาพเดิมได้เมื่อเก็บในที่มืด เพื่อแยกแยะอาการสีเปลี่ยนจากแสงออกจากความเสียหายถาวร
- BS EN ISO 105-B06: Colour fastness and ageing to artificial light at high temperatures: Xenon arc fading lamp
ทดสอบความคงทนของสีและการเสื่อมสภาพต่อแสงเทียมจากหลอดซีนอนอาร์คภายใต้อุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับชิ้นงานที่ต้องรับความร้อนสูง เช่น ผ้าตกแต่งภายในรถยนต์ - BS EN ISO 105-B07: Colour fastness to light of textiles wetted with artificial perspiration (ทดสอบความคงทนของสีต่อแสงร่วมกับเหงื่อเทียม เหมาะสำหรับสิ่งทอที่ต้องเผชิญทั้งแสงแดดและความชื้นจากเหงื่อพร้อมๆ กัน
- BS EN ISO 105-B08: Quality control of blue wool reference materials (1 to 9)
มาตรฐานการควบคุมคุณภาพสำหรับแผ่นผ้าขนสัตว์สีน้ำเงินมาตรฐาน – Blue Wool Standards ตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง 9 ที่ใช้เป็นเกณฑ์เทียบวัดระดับการรับแสงในการทดสอบพาร์ทอื่นๆ
3. หมวด C: ความคงทนต่อการซักฟอกและการซักแห้ง
Laundering and Washing
- BS EN ISO 105-C06: Colour fastness to domestic and commercial laundering
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักฟอกในครัวเรือนและการซักเชิงพาณิชย์ เป็นมาตรฐานหลักที่ใช้ตรวจสอบว่าสีของผ้าจะตกหรือซีดจางหรือไม่เมื่อผ่านการซักด้วยเครื่องซักผ้าทั่วไปหรือร้านซักรีด - BS EN ISO 105-C08: Colour fastness to domestic and commercial laundering using a reference detergent incorporating a low-temperature bleach activator
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักฟอกในครัวเรือนและการซักเชิงพาณิชย์ โดยใช้ผงซักฟอกมาตรฐานที่มีส่วนผสมของสารกระตุ้นการฟอกขาวในอุณหภูมิต่ำ) - BS EN ISO 105-C09: Colour fastness to domestic and commercial laundering — Oxidative bleach response using a reference detergent incorporating a tetrabedron / tetraacetylethylenediamine activator
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักฟอกโดยเน้นปฏิกิริยาการฟอกขาวแบบออกซิเดชัน ด้วยผงซักฟอกมาตรฐานที่ใส่สารกระตุ้น TAED เพื่อประเมินผลกระทบจากสารซักฟอกที่มีฤทธิ์ฟอกขาวแรง - BS EN ISO 105-C10: Colour fastness to washing with soap or soap and soda
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักด้วยสบู่ หรือสบู่ผสมโซดา เหมาะสำหรับสิ่งทอดั้งเดิมหรือสิ่งทอบางประเภทที่ใช้กระบวนการซักล้างแบบโบราณหรือสูตรเฉพาะ) - BS EN ISO 105-C12: Colour fastness to industrial laundering
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักล้างในระดับอุตสาหกรรมหรือโรงซักรีดขนาดใหญ่ เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ที่ใช้อุณหภูมิสูงและรอบการซักที่รุนแรงกว่าปกติ - BS EN ISO 105-D01: Colour fastness to dry cleaning using perchloroethylene solvent
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักแห้งโดยใช้ตัวทำละลายเปอร์คลอโรเอทิลีน ซึ่งเป็นตัวทำละลายหลักในอุตสาหกรรมการซักแห้งทั่วไป - BS EN ISO 105-D02: Colour fastness to dry cleaning using hydrocarbon solvent
ทดสอบความคงทนของสีต่อการซักแห้งโดยใช้ตัวทำละลายไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นทางเลือกที่อ่อนโยนกว่าสำหรับผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ)
4. หมวด E: ความคงทนต่อน้ำและของเหลวจากร่างกาย
Aqueous & Body Fluids
- BS EN ISO 105-E01: Colour fastness to water
ทดสอบความคงทนของสีต่อน้ำ โดยนำผ้าไปแช่น้ำตามระยะเวลาและอุณหภูมิที่กำหนด เพื่อดูว่าสีละลายน้ำหรือเปื้อนผ้าส่วนอื่นหรือไม่ - BS EN ISO 105-E02: Colour fastness to sea water
ทดสอบความคงทนของสีต่อน้ำทะเล เพื่อประเมินความทนทานของสีเมื่อสัมผัสกับเกลือและแร่ธาตุในน้ำทะเล) - BS EN ISO 105-E03: Colour fastness to chlorinated water
ทดสอบความคงทนของสีต่อน้ำที่มีคลอรีนผสมอยู่ เช่น น้ำในสระว่ายน้ำ เพื่อดูว่าคลอรีนทำให้สีผ้าซีดจางหรือผิดเพี้ยนไปจากเดิมหรือไม่ - BS EN ISO 105-E04: Colour fastness to perspiration
ทดสอบความคงทนของสีต่อเหงื่อ โดยจำลองสภาวะทั้งแบบที่เป็นกรดและด่าง เพื่อดูว่าเหงื่อจากร่างกายทำให้สีผ้าตกหรือเปลี่ยนไปหรือไม่
5. หมวด X: การทดสอบพิเศษและการขัดถูอื่นๆ (Miscellaneous Tests)
- BS EN ISO 105-X11: Colour fastness to hot pressing
ทดสอบความคงทนของสีต่อการรีดร้อน โดยใช้ความร้อนและแรงกดจากเตารีดเพื่อดูว่าสีของผ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเสียหายหรือไม่) - BS EN ISO 105-X12: Colour fastness to rubbing / Crocking
ทดสอบความคงทนของสีต่อการขัดถูหรือเสียดสี ทั้งในสภาวะแห้งและเปียก เป็นมาตรฐานที่ใช้บ่อยที่สุดเพื่อตรวจว่าสีผ้าจะหลุดลอกหรือติดผิวหนังและเสื้อผ้าอื่นหรือไม่เมื่อเกิดการเสียดสี) - BS EN ISO 105-X16: Colour fastness to rubbing — Small areas
ทดสอบความคงทนของสีต่อการขัดถูในพื้นที่ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับลวดลายพิมพ์ขนาดเล็ก ขอบผ้า หรือชิ้นงานที่มีพื้นที่จำกัดซึ่งไม่สามารถใช้เครื่องทดสอบขนาดมาตรฐานตามพาร์ท X12 ได้) - BS EN ISO 105-X18: Colour fastness to assessing the potential of phenolic yellowing of white and light-coloured materials
ทดสอบแนวโน้มการเกิดคราบเหลืองจากสารประกอบฟีนอล สำหรับผ้าสีขาวและสีอ่อน ซึ่งมักเกิดปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีในบรรจุภัณฑ์หรือพลาสติกห่อหุ้มกับความร้อนในระหว่างการขนส่งและจัดเก็บ)
จากมาตรฐานชุด ISO 105 พาร์ทที่นิยมนำมาใช้กำหนดสเปกและทดสอบสำหรับ
ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์เอาต์ดอร์ มีดังนี้
ผ้าเอาต์ดอร์ใช้งานกลางแจ้ง ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรง ทั้งแสงแดดจัด ฝน ความชื้น และน้ำในสระ:
- BS EN ISO 105-B04 (ความคงทนต่อสภาพอากาศเทียม: หลอดซีนอนอาร์ก + ความชื้น/ละอองน้ำ)
ต่างจาก B02 ตรงที่พาร์ทนี้จำลองทั้งแสงแดดและความชื้น/น้ำร่วมด้วย จึงเหมาะที่สุดสำหรับผ้ากลางแจ้งที่ต้องโดนทั้งแดดและฝน - BS EN ISO 105-E02 (ความคงทนต่อน้ำทะเล) และ BS EN ISO 105-E03 (ความคงทนต่อน้ำที่มีคลอรีน)
หากเป็นผ้าสำหรับเตียงริมสระว่ายน้ำ รีสอร์ทริมทะเล หรือเก้าอี้ชายหาด จำเป็นต้องทดสอบความทนทานต่อเกลือและคลอรีน - BS EN ISO 105-X12 (ความคงทนต่อการขัดถู/เสียดสี)
ใช้ทดสอบความทนทานต่อการเสียดสีเวลานั่งใช้งานจริงบนเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้ง
สำหรับผ้านิทัสที่มีการทดสอบกลุ่ม ทดสอบความคงทนของสี Colour Fastness to… มักจะจะเป็นผ้ากลุ่มเอาท์ดอร์ โดยสามารถสังเกตุได้จากสัญลักษณ์นี้



